Dental Insurance 2569
ประกันสุขภาพ ทันตกรรม อัปเดต 2569 — ครอบคลุมอะไร ใช้สิทธิ์อย่างไรให้คุ้ม
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือคิดว่า 'มีประกันสุขภาพแล้วทำฟันเบิกได้อัตโนมัติ' — ความจริงคือประกันสุขภาพทั่วไปมักไม่รวมทันตกรรมโดยอัตโนมัติ และในไทยยังมีสิทธิ์ทำฟันถึง 3 ระบบที่แยกกันชัดเจน หน้านี้สรุปว่าแต่ละระบบครอบคลุมอะไร ไม่ต้องสำรองจ่ายเมื่อไร และควรเช็กอะไรกับบริษัทประกันก่อนนัด (เงื่อนไขปรับได้ทุกปี ควรยืนยันฉบับล่าสุดเสมอ)
ตรวจสอบโดย ทพญ. ธัญพร พงษ์ขจรกิจการ
อ่าน 11 นาที อัปเดต 24 ก.ค. 2026สรุปสั้น ๆ
- ในไทยมีสิทธิ์ทำฟัน 3 ระบบที่ 'แยกกัน' และมักถูกสับสน — บัตรทอง/สปสช · ประกันสังคม · ประกันสุขภาพเอกชน — แต่ละระบบมีสิทธิ์ วงเงิน และเครือข่ายคนละชุด ใช้แทนกันไม่ได้
- ประกันสุขภาพ (ทั่วไป) มักไม่รวมทันตกรรมโดยอัตโนมัติ — ความคุ้มครองฟันมักเป็นความคุ้มครองเสริม (rider/แผนเฉพาะ) ที่ต้องซื้อเพิ่มหรือมีเฉพาะบางแผน
- ไม่ต้องสำรองจ่าย (cashless) ใช้ได้เฉพาะคลินิก/โรงพยาบาลที่เป็นคู่สัญญาในเครือข่ายของบริษัทประกันเท่านั้น นอกเครือข่ายต้องจ่ายก่อนแล้วยื่นเอกสารเคลมย้อนหลัง
- จัดฟันและฟอกสีฟันมักถูกจัดเป็นหัตถการเพื่อความสวยงาม (elective/cosmetic) และมัก 'ไม่ครอบคลุม' ในความคุ้มครองทันตกรรมทั่วไป เว้นแต่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ
- วงเงินทันตกรรมมักเป็นวงเงินย่อยแยกต่างหาก ไม่เท่ากับวงเงินรักษาพยาบาลทั่วไปที่เหลืออยู่ — และเงื่อนไขปี 2569 ควรตรวจสอบตารางความคุ้มครองฉบับล่าสุดกับบริษัทประกันเอง ไม่ควรอนุมานเอง
สารบัญเนื้อหา ▶
- ประกันสุขภาพ ทันตกรรม — 3 ระบบที่คนไข้มักสับสนกันมากที่สุด
- ประกันสุขภาพเอกชน: ทันตกรรมเป็น 'ความคุ้มครองเสริม' ไม่ใช่ของแถมอัตโนมัติ
- ไม่ต้องสำรองจ่าย (cashless) ใช้ได้แค่ไหน — และเมื่อไรต้องเคลมย้อนหลัง
- อะไรที่ประกันสุขภาพ 'มักไม่ครอบคลุม' เรื่องทันตกรรม
- เช็กลิสต์ก่อนนัดทำฟันด้วยสิทธิ์ประกัน
- ปี 2569 มีอะไรเปลี่ยนเรื่องความคุ้มครองทันตกรรมไหม
- FAQ
ประกันสุขภาพ ทันตกรรม — 3 ระบบที่คนไข้มักสับสนกันมากที่สุด
ก่อนถามว่า 'ทำฟันเบิกได้ไหม' ต้องรู้ก่อนว่าคุณกำลังพูดถึงสิทธิ์ระบบไหน เพราะในไทยมีถึง 3 ระบบที่คนละกติกากัน
คำถามยอดฮิตอย่าง 'มีประกันสุขภาพแล้วทำฟันเบิกได้เท่าไร' จริง ๆ แล้วตอบไม่ได้ในประโยคเดียว เพราะสิทธิ์ทำฟันในไทยแยกเป็น 3 ระบบที่มีเงื่อนไข วงเงิน และเครือข่ายผู้ให้บริการคนละชุด การนำมารวมกันหรือคิดว่าใช้แทนกันได้คือต้นตอของความเข้าใจผิดส่วนใหญ่
ระบบที่ 1 — บัตรทอง / สปสช. (หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า): ให้บริการทันตกรรมพื้นฐาน เช่น ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน ตามชุดสิทธิประโยชน์ที่ สปสช. ประกาศ ที่หน่วยบริการรัฐหรือสถานพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้ เป็นสิทธิ์ของรัฐที่แยกจากประกันเอกชนโดยสิ้นเชิง
ระบบที่ 2 — ประกันสังคม (สปส.): ผู้ประกันตน (มาตรา 33/39/40) มีสิทธิ์ทันตกรรมต่อปีตามที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด ใช้ได้ที่สถานพยาบาลที่ร่วมโครงการโดยไม่ต้องสำรองจ่ายภายในวงเงินสิทธิ์ รายละเอียดสิทธิ์และวงเงินปีล่าสุดควรตรวจสอบกับประกันสังคมโดยตรง เรารวบรวมคำถามที่พบบ่อยไว้ในหน้าสิทธิประกันสังคมทำฟันแยกต่างหาก
ระบบที่ 3 — ประกันสุขภาพเอกชน: ความคุ้มครองทันตกรรมมักเป็น 'ความคุ้มครองเสริม' (rider) หรือมีเฉพาะบางแผน ไม่ได้รวมอยู่ในกรมธรรม์สุขภาพ/ชีวิตมาตรฐานทุกฉบับโดยอัตโนมัติ นี่คือระบบที่หน้านี้เจาะลึกที่สุด เพราะเป็นจุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด
ประกันสุขภาพเอกชน: ทันตกรรมเป็น 'ความคุ้มครองเสริม' ไม่ใช่ของแถมอัตโนมัติ
ถ้าคุณถือกรมธรรม์สุขภาพหรือประกันชีวิตอยู่ อย่าเพิ่งเหมาว่ามีสิทธิ์ทำฟันด้วย
ในตลาดไทย ความคุ้มครองทันตกรรมของประกันเอกชนมักมาในรูป rider หรือแผนเฉพาะที่ต้องเลือกซื้อเพิ่ม ไม่ได้ผูกมากับความคุ้มครองผู้ป่วยในหรือผู้ป่วยนอกทั่วไปเสมอไป ดังนั้นก่อนตัดสินใจ ควรเปิดตารางความคุ้มครอง (schedule of benefits) ของกรมธรรม์ตัวเองว่ามีหมวดทันตกรรมหรือไม่ ไม่ใช่ดูแค่วงเงินรวมของกรมธรรม์
ขอบเขตที่ความคุ้มครองทันตกรรมทั่วไปมักครอบคลุม มักเป็นงานรักษาพื้นฐาน เช่น อุดฟัน ขูดหินปูน ถอนฟัน รักษารากฟัน ผ่าฟันคุด และการรักษาเหงือกอักเสบ ส่วนงานที่จัดเป็นเพื่อความสวยงามหรือทางเลือก เช่น การจัดฟันและการฟอกสีฟัน มัก 'ไม่ครอบคลุม' เว้นแต่กรณีที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ ซึ่งสอดคล้องกับที่เราอธิบายไว้ในหน้าอธิบายการใช้ประกันเอกชนกับการจัดฟันแบบใสและรากฟันเทียมอยู่แล้ว
ข้อควรระวังเพิ่มเติมคือกลุ่ม 'พื้นที่สีเทา' เช่น เฝือกสบฟันหรือการรักษาที่เกี่ยวกับภาวะนอนกัดฟัน ซึ่งอาจถูกตีความว่าเป็นการรักษาที่จำเป็นทางการแพทย์หรือเป็นทางเลือกก็ได้ ขึ้นกับถ้อยคำในกรมธรรม์และดุลยพินิจของบริษัท กรณีเหล่านี้ควรสอบถามให้ชัดก่อนทำ ไม่ควรเหมาว่าเบิกได้
ไม่ต้องสำรองจ่าย (cashless) ใช้ได้แค่ไหน — และเมื่อไรต้องเคลมย้อนหลัง
'มีประกันแล้วไม่ต้องควักเงินก่อน' จริงเฉพาะบางเงื่อนไขเท่านั้น
ระบบไม่ต้องสำรองจ่าย (cashless / direct billing) ทำงานได้เมื่อสถานพยาบาลที่คุณไปเป็น 'คู่สัญญา' อยู่ในเครือข่ายของบริษัทประกันนั้น ๆ บริษัทประกันแต่ละแห่งมีเครือข่ายคู่สัญญาของตัวเองซึ่งไม่เหมือนกัน คลินิกหนึ่งอาจเป็นคู่สัญญาของบริษัท A แต่ไม่ใช่ของบริษัท B
ถ้าคุณไปทำฟันที่คลินิกนอกเครือข่าย โดยทั่วไปคุณต้องจ่ายเงินเองก่อน แล้วนำใบเสร็จและเอกสารประกอบไปยื่นเคลมคืน (บางบริษัทเรียกแฟกซ์เคลมหรือเอกสารเคลม) ตามวงเงินและเงื่อนไขในกรมธรรม์ ซึ่งอาจได้คืนไม่เต็มจำนวนหรือมีส่วนที่ต้องรับผิดชอบเอง
ดังนั้นคำถามที่ควรถามก่อนนัดจึงไม่ใช่แค่ 'มีประกันไหม' แต่คือ 'คลินิกนี้เป็นคู่สัญญากับบริษัทประกันของฉันหรือเปล่า' และ 'ถ้าไม่ใช่ ต้องเตรียมเอกสารอะไรเพื่อเคลมย้อนหลัง' — สองคำถามนี้ช่วยกันเซอร์ไพรส์เรื่องค่าใช้จ่ายได้มาก
อะไรที่ประกันสุขภาพ 'มักไม่ครอบคลุม' เรื่องทันตกรรม
แม้จะมีความคุ้มครองทันตกรรมแล้ว ก็มีรายการที่มักเป็นข้อยกเว้นทั่วไป ได้แก่ งานเพื่อความสวยงามล้วน ๆ เช่น การฟอกสีฟันและวีเนียร์ การจัดฟันในกรณีที่ไม่เกี่ยวกับอุบัติเหตุ รวมถึงบางกรมธรรม์อาจมีระยะเวลารอคอย (waiting period) ก่อนเริ่มใช้สิทธิ์ทันตกรรม หรือกำหนดเพดานจำนวนครั้ง/วงเงินต่อครั้ง
อีกจุดที่มักเข้าใจผิดคือการคิดว่าวงเงินทันตกรรมเท่ากับวงเงินรักษาพยาบาลทั่วไป (OPD/IPD) ที่ยังเหลืออยู่ ความจริงคือทันตกรรมมักมีวงเงินย่อยแยกต่างหากและมักเล็กกว่า ตัวอย่างเช่นแผนบางประเภท (โดยเฉพาะแผนสำหรับเด็ก) อาจกำหนดวงเงินต่อครั้งและจำกัดจำนวนครั้งต่อช่วงเวลา ตัวเลขเหล่านี้ต่างกันไปตามแผน จึงไม่ควรยึดตัวเลขของแผนหนึ่งมาเหมารวมทุกแผน ให้ยึดตารางความคุ้มครองของกรมธรรม์ตัวเองเป็นหลัก
เช็กลิสต์ก่อนนัดทำฟันด้วยสิทธิ์ประกัน
สี่ข้อนี้ทำก่อนจองคิว จะช่วยให้ใช้สิทธิ์ได้คุ้มและไม่เจอค่าใช้จ่ายเกินคาด
ขั้นตอนตรวจสอบไม่ยาก แต่คนส่วนใหญ่มักข้ามแล้วไปเจอปัญหาหน้างาน ลองไล่ตามนี้ก่อนทุกครั้ง
1. ระบุก่อนว่าคุณมีสิทธิ์ระบบไหน
ตรวจว่าคุณกำลังจะใช้บัตรทอง/สปสช. ประกันสังคม หรือประกันสุขภาพเอกชน (หรือมีหลายสิทธิ์) เพราะเงื่อนไข เครือข่าย และการเบิกต่างกันโดยสิ้นเชิง อย่าเหมารวมว่าเป็นสิทธิ์เดียวกัน
2. ยืนยันว่าคลินิกเป็นคู่สัญญาเพื่อไม่ต้องสำรองจ่าย
สอบถามทั้งคลินิกและบริษัทประกันว่าสถานพยาบาลนี้อยู่ในเครือข่าย cashless ของกรมธรรม์คุณไหม ถ้าไม่ใช่ ให้ถามขั้นตอนและเอกสารเคลมย้อนหลังไว้ล่วงหน้า
3. เช็กวงเงินย่อย ระยะรอคอย และข้อยกเว้น
เปิดตารางความคุ้มครองดูวงเงินทันตกรรมเฉพาะ (ไม่ใช่วงเงินรวม) มีระยะเวลารอคอยไหม และงานที่คุณจะทำอยู่ในข้อยกเว้น (เช่น จัดฟัน/ฟอกสีฟัน) หรือเปล่า
4. ถามค่าส่วนต่างและสิ่งที่ไม่รวมก่อนเริ่มรักษา
ให้คลินิกช่วยประเมินว่าค่าใช้จ่ายรวมเท่าไร ส่วนไหนสิทธิ์ครอบคลุม และส่วนต่างที่ต้องจ่ายเองเป็นเท่าไร ราคาจริงประเมินหลังตรวจช่องปาก
ปี 2569 มีอะไรเปลี่ยนเรื่องความคุ้มครองทันตกรรมไหม
คำแนะนำตรงไปตรงมาคือ ให้ถือว่าเงื่อนไขความคุ้มครองทันตกรรมเป็นเรื่องที่ 'ปรับได้ทุกปี' ทั้งวงเงิน เครือข่ายคู่สัญญา ข้อยกเว้น และระยะเวลารอคอย ล้วนขึ้นกับกรมธรรม์แต่ละฉบับและรอบปีกรมธรรม์ ดังนั้นสิ่งที่ควรทำในปี 2569 คือขอตารางความคุ้มครองฉบับล่าสุดจากบริษัทประกัน และยืนยันสิทธิ์ประกันสังคม/บัตรทองปีปัจจุบันจากหน่วยงานรัฐโดยตรง แทนที่จะอ้างอิงตัวเลขเก่าหรือข้อมูลต่อ ๆ กันมา
หน้านี้จึงตั้งใจให้เป็นภาพรวมของ 'สถานะปัจจุบัน' ของวิธีใช้สิทธิ์ ไม่ใช่การประกาศกฎใหม่ประจำปี — หากคุณเห็นข้อมูลที่อ้างว่ามีการเปลี่ยนแปลงกฎเฉพาะเจาะจง ควรตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนเชื่อ ส่วนคำถามเชิงลึกว่าประกันเอกชนครอบคลุมการทำฟันแบบไหนบ้างและเบิกอย่างไร เราแยกรายละเอียดไว้ในหน้ารวมคำถามการใช้ประกันเอกชนกับการทำฟัน และหน้าสิทธิประกันสังคมของแต่ละหัตถการ เพื่อไม่ให้ข้อมูลปนกัน หน้านี้ทำหน้าที่เป็นภาพรวมที่ชี้ทางไปยังหน้าเฉพาะเหล่านั้น
จากหน้าเคาน์เตอร์: ความสับสนเรื่องสิทธิ์ที่เจอทุกวัน
คนไข้จำนวนมากมาถึงพร้อมความเข้าใจว่ามีประกันแล้วต้องเบิกทำฟันได้เลยทุกที่ทุกงาน แต่พอเปิดกรมธรรม์จริงมักพบว่าทันตกรรมเป็นความคุ้มครองเสริม มีวงเงินย่อยแยก และผูกกับเครือข่ายคู่สัญญา สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดคือช่วยเช็กสิทธิ์ให้ชัดก่อนเริ่ม เพื่อไม่ให้เซอร์ไพรส์เรื่องค่าใช้จ่ายตอนจบ
- 3 ระบบ
- บัตรทอง/สปสช · ประกันสังคม · ประกันเอกชน — แยกกัน ใช้แทนกันไม่ได้
- เช็กก่อนนัด
- สิทธิ์ · คู่สัญญา · วงเงินย่อย · ส่วนต่าง
-
เข้าใจผิด: ประกันสุขภาพทุกฉบับครอบคลุมค่าทำฟันอัตโนมัติ
ประกันสุขภาพ/ชีวิตมาตรฐานมักไม่รวมทันตกรรมโดยอัตโนมัติ ทันตกรรมมักเป็นความคุ้มครองเสริมที่ต้องซื้อเพิ่มหรือมีเฉพาะบางแผน
-
เข้าใจผิด: มีประกันแล้วไม่ต้องสำรองจ่ายเสมอ ไม่ว่าไปคลินิกไหน
ไม่ต้องสำรองจ่ายใช้ได้เฉพาะคลินิกคู่สัญญาในเครือข่าย นอกเครือข่ายต้องจ่ายก่อนแล้วเคลมย้อนหลัง
-
เข้าใจผิด: ประกันสังคม บัตรทอง และประกันเอกชน คือสิทธิ์เดียวกัน ใช้แทนกันได้
เป็นสามระบบแยกกัน มีสิทธิ์ วงเงิน และเครือข่ายคนละชุด เงื่อนไขไม่เหมือนกันและใช้ทดแทนกันไม่ได้
-
เข้าใจผิด: จัดฟันหรือฟอกสีฟันเบิกได้เหมือนงานรักษาทั่วไป
จัดฟันและฟอกสีฟันมักถูกจัดเป็นหัตถการเพื่อความสวยงาม/ทางเลือก ซึ่งมักเป็นข้อยกเว้น เว้นแต่กรณีที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุ
-
เข้าใจผิด: วงเงินทันตกรรมเท่ากับวงเงินรักษาพยาบาลทั่วไปที่เหลืออยู่
ทันตกรรมมักมีวงเงินย่อยแยกต่างหากและเล็กกว่า ควรดูตารางความคุ้มครองเฉพาะหมวดทันตกรรม ไม่ใช่อนุมานจากยอดวงเงินทั่วไปที่เหลือ
จุดยืนของ Deezy: Deezy ไม่ขายประกันและไม่เชียร์บริษัทใดเป็นพิเศษ — เราช่วยให้คุณใช้สิทธิ์ที่มีอยู่แล้วให้คุ้มที่สุด
แทนที่จะพาไปสมัครกรมธรรม์ เราเน้นช่วยตรวจสอบก่อนนัดว่าใช้สิทธิ์ระบบไหนได้ คลินิกเป็นคู่สัญญาหรือไม่ และมีส่วนต่างเท่าไร เพื่อให้คนไข้ตัดสินใจบนข้อมูลจริง ไม่ใช่คำโฆษณา
เราจึงแนะนำ เตรียมตารางความคุ้มครองของกรมธรรม์หรือข้อมูลสิทธิ์ประกันสังคมมาด้วย แล้วทักทีม Deezy ทาง LINE เพื่อให้ช่วยเช็กและประเมินค่าใช้จ่ายก่อนนัด
อยากใช้สิทธิ์ทำฟันให้คุ้มที่สุด?
เริ่มจากเช็กว่าใช้สิทธิ์ระบบไหนได้ คลินิกเป็นคู่สัญญาไหม และมีส่วนต่างเท่าไร
ข้อควรรู้ก่อนใช้สิทธิ์
- ข้อมูลในหน้านี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การยืนยันสิทธิ์หรือวงเงินของกรมธรรม์ใดกรมธรรม์หนึ่ง — สิทธิ์จริงยึดตามตารางความคุ้มครองของคุณและประกาศล่าสุดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ความคุ้มครอง วงเงิน เครือข่ายคู่สัญญา และข้อยกเว้น ปรับเปลี่ยนได้ตามปีกรมธรรม์และนโยบายบริษัท ควรตรวจสอบฉบับล่าสุดกับบริษัทประกัน/ประกันสังคมก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
- ไม่ต้องสำรองจ่ายใช้ได้เฉพาะคลินิกคู่สัญญาเท่านั้น ควรยืนยันสถานะคู่สัญญาก่อนนัด เพื่อเลี่ยงการต้องสำรองจ่ายและเคลมย้อนหลังโดยไม่คาดคิด
- งานเพื่อความสวยงาม เช่น จัดฟันและฟอกสีฟัน มักเป็นข้อยกเว้น หน้านี้ไม่รับประกันว่าสิทธิ์ใดจะครอบคลุมหัตถการใด และไม่แนะนำหรือรับรองบริษัทประกันรายใดเป็นการเฉพาะ
คำถามที่พบบ่อย
มีประกันสุขภาพอยู่แล้ว ทำฟันเบิกได้เลยไหม?
ไม่เสมอไป ประกันสุขภาพหรือประกันชีวิตมาตรฐานในไทยมักไม่รวมทันตกรรมโดยอัตโนมัติ ความคุ้มครองฟันมักเป็นความคุ้มครองเสริม (rider) หรือมีเฉพาะบางแผน วิธีเช็กที่แน่นอนคือเปิดตารางความคุ้มครองของกรมธรรม์ว่ามีหมวดทันตกรรมหรือไม่ หรือสอบถามบริษัทประกันโดยตรง
จะรู้ได้อย่างไรว่าคลินิกที่จะไปเป็นคู่สัญญา ไม่ต้องสำรองจ่าย?
สอบถามได้ทั้งสองทาง คือถามบริษัทประกันว่าคลินิกนี้อยู่ในเครือข่าย cashless ของกรมธรรม์คุณไหม และถามคลินิกว่ารับเคลมตรงกับบริษัทประกันของคุณหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่คู่สัญญา โดยทั่วไปต้องจ่ายเองก่อนแล้วยื่นเอกสารเคลมย้อนหลัง ควรถามขั้นตอนไว้ล่วงหน้า
วงเงินทันตกรรมเท่ากับวงเงินรักษาพยาบาลทั่วไปที่เหลืออยู่ไหม?
มักไม่เท่ากัน ทันตกรรมมักมีวงเงินย่อยแยกต่างหากและมักเล็กกว่าวงเงินผู้ป่วยนอก/ผู้ป่วยในทั่วไป จึงไม่ควรอนุมานว่ายอดที่เหลือของวงเงินรักษาทั่วไปจะใช้กับงานทำฟันได้ ให้ดูวงเงินหมวดทันตกรรมในตารางความคุ้มครองของคุณโดยเฉพาะ
จัดฟันหรือฟอกสีฟัน เบิกประกันสุขภาพเอกชนได้ไหม?
โดยทั่วไปมักไม่ได้ เพราะจัดฟันและฟอกสีฟันมักถูกจัดเป็นหัตถการเพื่อความสวยงาม/ทางเลือก ซึ่งเป็นข้อยกเว้นทั่วไป เว้นแต่กรณีที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ควรตรวจสอบข้อยกเว้นในกรมธรรม์ก่อน และอ่านรายละเอียดเฉพาะหัตถการในหน้าการใช้ประกันเอกชนของเรา
ประกันสังคม บัตรทอง และประกันสุขภาพเอกชน ใช้แทนกันได้ไหม?
ไม่ได้ ทั้งสามเป็นคนละระบบ มีสิทธิ์ วงเงิน และเครือข่ายผู้ให้บริการแยกกัน บางคนอาจมีมากกว่าหนึ่งสิทธิ์และเลือกใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละงาน แต่ไม่ได้แปลว่าเงื่อนไขเหมือนกันหรือใช้ทดแทนกันได้ ควรระบุให้ชัดก่อนว่าจะใช้สิทธิ์ระบบไหน
ปี 2569 มีการเปลี่ยนกฎเรื่องความคุ้มครองทันตกรรมไหม?
ให้ถือว่าเงื่อนไขปรับได้ทุกปีตามรอบกรมธรรม์และนโยบายบริษัท/หน่วยงานรัฐ สิ่งที่ควรทำในปี 2569 คือขอตารางความคุ้มครองฉบับล่าสุดและยืนยันสิทธิ์ปีปัจจุบันจากแหล่งทางการ แทนการอ้างอิงตัวเลขเก่า หากพบข้อมูลที่อ้างว่ามีกฎใหม่เฉพาะเจาะจง ควรตรวจสอบกับแหล่งทางการก่อนเชื่อ
ถ้าคลินิกไม่ใช่คู่สัญญา ต้องทำอย่างไรถึงจะได้เงินคืน?
โดยทั่วไปคุณจ่ายค่ารักษาเองก่อน แล้วขอใบเสร็จและเอกสารประกอบ (เช่น ใบรับรองแพทย์/รายการรักษา) เพื่อยื่นเคลมคืนกับบริษัทประกันตามวงเงินและเงื่อนไขในกรมธรรม์ ควรถามบริษัทประกันก่อนว่าใช้เอกสารอะไรบ้างและได้คืนในสัดส่วนเท่าไร เพราะบางส่วนอาจต้องรับผิดชอบเอง
ก่อนนัดทำฟัน ควรเช็กอะไรกับบริษัทประกันบ้าง?
เช็กสี่อย่าง คือ (1) กรมธรรม์มีหมวดทันตกรรมไหม (2) คลินิกเป็นคู่สัญญาเพื่อไม่ต้องสำรองจ่ายหรือไม่ (3) วงเงินย่อย ระยะเวลารอคอย และข้อยกเว้น และ (4) ค่าส่วนต่างที่ต้องจ่ายเอง เช็กครบก่อนจองคิวจะช่วยเลี่ยงค่าใช้จ่ายเกินคาด
อยากรู้สิทธิประกันสังคมทำฟันปีนี้ ดูที่ไหน?
รายละเอียดสิทธิ์และวงเงินทันตกรรมของประกันสังคมปีปัจจุบันควรยืนยันกับสำนักงานประกันสังคมโดยตรง ส่วนคำถามที่พบบ่อย เช่น ใช้ที่ไหน ต้องสำรองจ่ายไหม เรารวบรวมไว้ในหน้าสิทธิประกันสังคมทำฟัน และมีหน้าเฉพาะสำหรับผ่าฟันคุด รักษาราก และรักษาโรคเหงือกด้วยสิทธิประกันสังคม
Deezy รับสิทธิ์ประกันหรือเป็นคู่สัญญากับบริษัทไหนบ้าง?
สถานะคู่สัญญาและการรับเคลมตรงเป็นข้อมูลที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ จึงแนะนำให้ทักสอบถามทีม Deezy Dental ทาง LINE เพื่อยืนยันก่อนนัดว่ากรมธรรม์ของคุณใช้แบบไม่ต้องสำรองจ่ายได้หรือไม่ และหากต้องเคลมย้อนหลังต้องเตรียมเอกสารอะไร ทีมงานจะช่วยประเมินค่าใช้จ่ายและส่วนต่างหลังตรวจ
อัปเดตล่าสุด 24 ก.ค. 2026
ตรวจสอบโดย
ผู้อำนวยการแพทย์ และผู้ก่อตั้ง
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ใช้สิทธิ์ที่มีอยู่ให้คุ้ม — เริ่มจากเช็กก่อนนัด
ทัก Deezy Dental ทาง LINE เพื่อให้ทีมช่วยยืนยันสิทธิ์ คู่สัญญา และประเมินค่าใช้จ่ายส่วนต่างหลังตรวจ
สอบถาม / นัดหมาย ทาง LINE