เอกซเรย์ฟัน
เอกซเรย์ดิจิทัล — เห็นภาพวินิจฉัยทันที รังสีต่ำกว่าฟิล์มแบบเดิม
เอกซเรย์ดิจิทัล (Digital X-ray) คือเทคโนโลยีถ่ายภาพรังสีฟันที่ใช้เซนเซอร์ดิจิทัลแทนฟิล์มแบบเดิม เห็นภาพขึ้นจอทันทีหลังถ่ายโดยไม่ต้องรอล้างฟิล์ม และใช้ปริมาณรังสีต่อครั้งต่ำกว่าฟิล์มทั่วไป ช่วยให้ทันตแพทย์ที่ Deezy วางแผนการรักษาได้แม่นยำขึ้น
Digital Radiography
Digital X-ray
ข้อมูลสำคัญ
- คืออะไร
- เซนเซอร์เอกซเรย์ดิจิทัล แทนฟิล์มถ่ายภาพรังสีแบบเดิม
- ใช้ตอนไหน
- ตรวจวินิจฉัยฟันผุ รากฟัน กระดูก และวางแผนการรักษา
- ดีกับคุณ
- เห็นภาพขึ้นจอทันที ไม่ต้องรอล้างฟิล์ม
- ความปลอดภัย
- ปริมาณรังสีต่ำกว่าฟิล์มแบบเดิม ควบคุมตามหลัก ALARA
หลักการทำงาน: เซนเซอร์ดิจิทัล เทียบกับฟิล์มแบบเดิม
เอกซเรย์ดิจิทัลใช้เซนเซอร์อิเล็กทรอนิกส์รับปริมาณรังสีแทนแผ่นฟิล์มถ่ายภาพ แล้วแปลงเป็นภาพดิจิทัลขึ้นจอคอมพิวเตอร์ทันที
เมื่อทันตแพทย์ถ่าย เอกซเรย์ฟัน ด้วยระบบดิจิทัล เซนเซอร์ที่วางในช่องปากหรือถ่ายจากภายนอกจะรับปริมาณรังสีที่ผ่านฟันและกระดูก แล้วส่งสัญญาณไปประมวลผลเป็นภาพขึ้นจอทันที ต่างจากฟิล์มแบบเดิมที่ต้องนำไปล้างด้วยสารเคมีก่อนจึงจะเห็นภาพได้
โดยหลักการทั่วไปของรังสีวิทยาทางทันตกรรม เซนเซอร์ดิจิทัลไวต่อรังสีมากกว่าฟิล์ม จึงมักใช้ปริมาณรังสีต่อการถ่ายแต่ละครั้งน้อยกว่าฟิล์มทั่วไป ปริมาณที่แน่นอนขึ้นอยู่กับรุ่นเครื่องและบริเวณที่ตรวจ — สอบถามตัวเลขจำเพาะได้จากทีม Deezy โดยตรง
ภาพดิจิทัลยังจัดเก็บในระบบคอมพิวเตอร์และส่งต่อได้ทันที ทันตแพทย์ขยายดูรายละเอียด ปรับความสว่าง/คอนทราสต์ หรือเทียบภาพเก่า-ใหม่เพื่อติดตามผล เช่นระหว่างจัดฟันหรือรักษาราก ได้สะดวกกว่าฟิล์มที่ต้องสแกนหรือถ่ายสำเนาทุกครั้งที่ต้องส่งต่อ
- ไม่ต้องรอล้างฟิล์ม เห็นภาพขึ้นจอทันทีหลังถ่าย
- ปรับความสว่าง/ซูมภาพเพื่อดูรายละเอียดได้โดยไม่ต้องถ่ายซ้ำ
- จัดเก็บในระบบคอมพิวเตอร์ เปรียบเทียบภาพเก่า-ใหม่และส่งต่อได้สะดวก
สารบัญเนื้อหา ▶
ใช้เมื่อไหร่ · ใครได้ประโยชน์
ตรวจสุขภาพฟันทั่วไป
ดูฟันผุระหว่างซี่ฟันและจุดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสุขภาพช่องปากตามปกติ
วินิจฉัยรากฟันและกระดูกรอบฟัน
เห็นโครงสร้างรากฟันและระดับกระดูกรองรับฟัน ช่วยประเมินก่อนรักษารากหรือรักษาโรคเหงือก
วางแผนก่อนหัตถการ
ใช้ประกอบการวางแผนถอนฟัน ผ่าฟันคุด หรือหัตถการอื่นที่ต้องเห็นตำแหน่งฟันและรากใต้เหงือก
ติดตามผลระหว่างการรักษา
เทียบภาพเก่า-ใหม่ระหว่างจัดฟันหรือหลังทำหัตถการ เพื่อติดตามความคืบหน้าของการรักษา
เอกซเรย์ดิจิทัล เทียบกับฟิล์มเอกซเรย์แบบเดิม
| เอกซเรย์ดิจิทัล | บริการนี้ ฟิล์มเอกซเรย์แบบเดิม |
|---|---|
| เห็นภาพ | ขึ้นจอทันทีหลังถ่าย |
| ปริมาณรังสีต่อครั้ง | ต่ำกว่า (ตามหลักการทั่วไปของเซนเซอร์ดิจิทัล) |
| การจัดเก็บ/ส่งต่อ | จัดเก็บในระบบคอมพิวเตอร์ ส่งต่อ/เทียบภาพเก่าได้ทันที |
| การปรับแต่งภาพ | ซูม/ปรับความสว่างได้โดยไม่ต้องถ่ายซ้ำ |
| สารเคมี | ไม่ใช้สารเคมีล้างภาพ |
จุดยืนของ Deezy: Deezy เลือกใช้ระบบเอกซเรย์ดิจิทัลเป็นมาตรฐานแทนฟิล์มแบบเดิม
การเห็นภาพทันทีช่วยให้ทันตแพทย์ที่ Deezy ตรวจสอบคุณภาพภาพและตัดสินใจได้ในนัดเดียว ไม่ต้องนัดคนไข้กลับมาถ่ายซ้ำหากภาพไม่ชัด และปริมาณรังสีที่ต่ำกว่าฟิล์มแบบเดิมยังช่วยจำกัดปริมาณรังสีสะสมของคนไข้ที่ต้องเอกซเรย์ติดตามผลหลายครั้ง เช่น ระหว่างจัดฟันหรือหลังรักษาราก รุ่นเครื่องและจำนวนเครื่องที่ติดตั้งในแต่ละสาขาสามารถสอบถามทีม Deezy ได้โดยตรง
เราจึงแนะนำ เราจึงใช้เอกซเรย์ดิจิทัลเป็นเครื่องมือวินิจฉัยพื้นฐานก่อนวางแผนการรักษาแทบทุกหัตถการ
ความปลอดภัยด้านรังสี
- เอกซเรย์ดิจิทัลใช้ปริมาณรังสีต่อครั้งต่ำ และควบคุมตามหลัก ALARA (As Low As Reasonably Achievable) คือถ่ายภาพเท่าที่จำเป็นต่อการวินิจฉัยเท่านั้น
- การถ่ายภาพทุกครั้งต้องมีข้อบ่งชี้ทางคลินิก ไม่ถ่ายตามความถี่ตายตัวโดยไม่มีเหตุผลทางการรักษารองรับ
- แจ้งทันตแพทย์ก่อนถ่ายภาพทุกครั้งหากกำลังตั้งครรภ์ หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์ เพื่อประเมินความจำเป็นและมาตรการป้องกันเพิ่มเติม
- เด็กและผู้ป่วยที่ต้องเอกซเรย์บ่อยควรได้รับการประเมินความถี่เป็นรายบุคคลโดยทันตแพทย์
- สวมเสื้อ/ปลอกคอกันรังสีตามมาตรฐานระหว่างการถ่ายภาพ
- ไม่มีการเอกซเรย์แบบใดที่ปลอดภัย 100% แต่การใช้เซนเซอร์ดิจิทัลร่วมกับหลัก ALARA ช่วยจำกัดปริมาณรังสีที่คนไข้ได้รับให้อยู่ในระดับที่จำเป็นน้อยที่สุด
คำถามที่พบบ่อย
เอกซเรย์ดิจิทัล กับฟิล์มเอกซเรย์แบบเดิม ต่างกันยังไง?
ต่างกันหลักที่วิธีรับภาพ — ดิจิทัลใช้เซนเซอร์อิเล็กทรอนิกส์ เห็นภาพขึ้นจอทันที ส่วนฟิล์มแบบเดิมต้องนำไปล้างด้วยสารเคมีก่อนจึงเห็นภาพ (ดูตารางเปรียบเทียบด้านบนสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม)
เอกซเรย์ฟันแบบดิจิทัล เจ็บไหม?
ไม่เจ็บ อาจรู้สึกไม่สบายเล็กน้อยจากเซนเซอร์ที่วางในช่องปากบางตำแหน่ง แต่ไม่ใช่ความเจ็บปวดและใช้เวลาสั้นมาก
เอกซเรย์ดิจิทัล อันตรายไหม?
ปริมาณรังสีจากเอกซเรย์ดิจิทัลอยู่ในระดับต่ำ และทันตแพทย์จะถ่ายเฉพาะเมื่อมีข้อบ่งชี้ทางคลินิกตามหลัก ALARA ไม่มีการเอกซเรย์แบบใดที่ปลอดภัย 100% แต่ความเสี่ยงจากการถ่ายเพื่อวินิจฉัยอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ทางการแพทย์
เด็กถ่ายเอกซเรย์ดิจิทัลได้ไหม?
ได้ ปริมาณรังสีต่ำ แต่ทันตแพทย์จะประเมินความจำเป็นและความถี่เป็นรายบุคคล พร้อมมาตรการป้องกันตามมาตรฐานทุกครั้ง
ต้องเอกซเรย์บ่อยแค่ไหน?
ไม่มีความถี่ตายตัว ขึ้นกับสุขภาพช่องปากและแผนการรักษาของแต่ละคน ทันตแพทย์จะแนะนำความถี่ที่เหมาะสมเป็นรายบุคคลหลังตรวจ
เอกซเรย์ดิจิทัลที่ Deezy ราคาเท่าไร?
ค่าเอกซเรย์ขึ้นกับชนิดภาพและมักรวมอยู่ในค่าตรวจหรือแผนการรักษา ประเมินราคาที่แน่นอนได้หลังทันตแพทย์ตรวจ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่หน้าเอกซเรย์ฟัน
เอกซเรย์ดิจิทัล เหมาะกับใคร?
เหมาะกับคนไข้แทบทุกคนที่ต้องตรวจวินิจฉัยฟัน ทั้งตรวจสุขภาพทั่วไป วางแผนจัดฟัน รักษาราก หรือติดตามผลการรักษา
เอกซเรย์ดิจิทัลกับ CBCT 3 มิติ ต่างกันยังไง?
เอกซเรย์ดิจิทัลให้ภาพ 2 มิติ เหมาะกับการตรวจวินิจฉัยทั่วไป ส่วน CBCT ให้ภาพ 3 มิติละเอียดกว่า ใช้ในเคสซับซ้อนอย่างวางแผนรากฟันเทียมหรือฟันคุด อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน้า CBCT
นัดถ่ายเอกซเรย์ดิจิทัลที่ Deezy ยังไง?
ทัก LINE นัดตรวจได้ทุกสาขา ทันตแพทย์จะตรวจช่องปากและประเมินว่าจำเป็นต้องถ่ายภาพชนิดใดก่อนวางแผนการรักษา
เอกซเรย์ดิจิทัลมีผลข้างเคียงระยะยาวไหม?
ปริมาณรังสีจากเอกซเรย์ทางทันตกรรมอยู่ในระดับต่ำมาก และทันตแพทย์จะถ่ายเฉพาะเมื่อมีข้อบ่งชี้พร้อมใช้หลัก ALARA จำกัดปริมาณสะสม หากมีข้อกังวลเฉพาะบุคคลควรปรึกษาทันตแพทย์โดยตรง
อัปเดตล่าสุด 29 ก.ค. 2026
ตรวจสอบโดย
ผู้อำนวยการแพทย์ และผู้ก่อตั้ง
อยากทราบว่าต้องเอกซเรย์แบบไหนก่อนรักษา?
ทีมทันตแพทย์ Deezy ใช้เอกซเรย์ดิจิทัลเป็นเครื่องมือวินิจฉัยพื้นฐาน — ปรึกษาและประเมินฟรี
จองคิวปรึกษาฟรี