ความรู้

คอลลาเจนกับเหงือก: กินคอลลาเจนเสริมช่วยบำรุงเหงือกได้จริงไหม?

คำตอบสั้น ๆ ก่อน: เนื้อเยื่อเหงือกมีคอลลาเจนเป็นโปรตีนโครงสร้างหลักก็จริง แต่ปัจจุบัน “ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกคุณภาพสูงในมนุษย์” ที่ยืนยันว่าการกินคอลลาเจนเสริมช่วยรักษาหรือป้องกันโรคเหงือกได้ ที่สับสนกันบ่อยคือมี “คอลลาเจน” สองความหมาย — แบบอาหารเสริมที่กิน กับแบบวัสดุทางการแพทย์ที่ทันตแพทย์ใช้ในหัตถการปลูกเหงือก บทความนี้แยกให้ชัดและบอกว่าอะไรคือวิธีดูแลเหงือกที่มีหลักฐานจริง

ยึดตามหลักฐาน ตรวจทานโดยทันตแพทย์
ทพญ. ธัญพร พงษ์ขจรกิจการ

ตรวจสอบโดย ทพญ. ธัญพร พงษ์ขจรกิจการ

อ่าน 10 นาที อัปเดต 24 ก.ค. 2026

สรุปสั้น ๆ

  • เนื้อเยื่อเหงือก (gingival connective tissue) มีคอลลาเจนเป็นโปรตีนโครงสร้างหลักจริง — แต่ข้อเท็จจริงทางชีววิทยานี้ไม่เท่ากับหลักฐานว่า “กินคอลลาเจนเสริม” จะไปเสริมเนื้อเยื่อเหงือกได้โดยตรง
  • ยังไม่พบงานวิจัยคุณภาพสูง (RCT ในมนุษย์) ที่แสดงว่าคอลลาเจนชนิดรับประทานช่วยลดเหงือกอักเสบ เหงือกร่น หรือโรคปริทันต์ได้อย่างมีนัยสำคัญ — จึงควรมองว่า “ยังพิสูจน์ไม่ได้” มากกว่า “ได้ผลแน่นอน”
  • งานวิจัยเรื่อง “คอลลาเจน” กับเหงือกที่มักถูกอ้าง ส่วนใหญ่ศึกษาคอลลาเจนในรูป “วัสดุทางการแพทย์” (แผ่น/เมมเบรน/แมทริกซ์) ที่ใช้ในการผ่าตัดปลูกเหงือก ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่กินหรือดื่ม
  • วิธีดูแลเหงือกที่มีหลักฐานรองรับคือ แปรงฟันถูกวิธี ใช้ไหมขัดฟันสม่ำเสมอ ขูดหินปูนตามรอบที่ทันตแพทย์แนะนำ และคุมปัจจัยเสี่ยงร่วม เช่น เบาหวานและการสูบบุหรี่
  • การกินคอลลาเจนเสริมทั่วไปไม่มีอันตรายชัดเจนต่อช่องปาก แต่ถ้ามีเหงือกอักเสบหรือเหงือกร่น ควรพบทันตแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ไม่ควรพึ่งอาหารเสริมเป็นทางแก้หลัก
สารบัญเนื้อหา
  1. ทำไมคนถึงเชื่อว่าคอลลาเจนช่วยเหงือก?
  2. หลักฐานตอนนี้บอกอะไร: กินคอลลาเจนช่วยรักษาโรคเหงือกได้จริงหรือยัง?
  3. คอลลาเจนสองความหมายที่คนสับสน: อาหารเสริม vs วัสดุทางการแพทย์
  4. แล้วอะไรคือวิธีดูแลเหงือกที่มีหลักฐานจริง?
  5. สรุปสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจ
  6. FAQ

ทำไมคนถึงเชื่อว่าคอลลาเจนช่วยเหงือก?

ความเชื่อนี้มีจุดตั้งต้นจากข้อเท็จจริงทางชีววิทยาที่ถูกต้อง แต่ถูกตีความข้ามขั้นไปหนึ่งก้าว

เหตุผลที่ฟังดูสมเหตุสมผลคือ เหงือกของเรามีคอลลาเจนเป็นโปรตีนโครงสร้างหลักจริง ๆ เนื้อเยื่อเกี่ยวพันของเหงือก (gingival connective tissue) ประกอบด้วยเส้นใยคอลลาเจนจำนวนมากที่ทำหน้าที่ยึดเหงือกกับฟันและกระดูก หลายคนจึงคิดต่อว่า “ถ้าเหงือกทำจากคอลลาเจน งั้นกินคอลลาเจนเข้าไปก็น่าจะไปเสริมเหงือกได้”

แต่ตรงนี้คือจุดที่ตรรกะข้ามขั้น ร่างกายไม่ได้ลำเลียงคอลลาเจนที่กินเข้าไป “ทั้งชิ้น” ไปวางต่อที่เหงือก เมื่อเรากินคอลลาเจน ระบบย่อยอาหารจะย่อยมันให้กลายเป็น กรดอะมิโนและเปปไทด์สายสั้น ก่อนดูดซึม จากนั้นร่างกายจึงนำวัตถุดิบเหล่านั้นไปใช้ตามที่มันเห็นควร ไม่ได้ “ส่งตรง” ไปสร้างเหงือกโดยเฉพาะ การมีวัตถุดิบพร้อมกับการที่อวัยวะเป้าหมายจะได้ประโยชน์จริงจึงเป็นคนละเรื่องกัน

นี่คือเหตุผลที่คำถามอย่าง “คอลลาเจน บำรุงเหงือก ได้ไหม” ตอบง่าย ๆ ด้วยตรรกะไม่ได้ ต้องดูว่ามีงานวิจัยในคนที่วัดผลกับเหงือกจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นของหัวข้อถัดไป

หลักฐานตอนนี้บอกอะไร: กินคอลลาเจนช่วยรักษาโรคเหงือกได้จริงหรือยัง?

คำตอบตรงไปตรงมาคือ หลักฐานยังจำกัดและยังไม่สรุป ปัจจุบันยังไม่พบงานวิจัยทางคลินิกคุณภาพสูง โดยเฉพาะการทดลองแบบสุ่มมีกลุ่มควบคุม (RCT) ในมนุษย์ ที่แสดงชัดว่าการกินคอลลาเจนเสริมช่วยลด เหงือกอักเสบ (gingivitis) ป้องกัน เหงือกร่น หรือรักษา โรคปริทันต์ (periodontitis) ได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อไม่มีข้อมูลระดับนั้น การเคลมว่า “กินแล้วเหงือกแข็งแรงขึ้น” จึงเป็นการพูดเกินกว่าที่หลักฐานรองรับ

สำคัญที่ต้องพูดตรง ๆ คือ Deezy เขียนบทความนี้โดย ไม่อ้างอิงงานวิจัยที่เราตรวจสอบแหล่งที่มาไม่ได้ ถ้าวันหน้ามีงานวิจัยในคนที่ออกแบบดีและวัดผลกับเหงือกโดยตรงออกมา เราจะกลับมาปรับข้อสรุปนี้ตามหลักฐานใหม่ แต่ ณ ตอนนี้ท่าทีที่ซื่อตรงที่สุดคือบอกว่า “ยังพิสูจน์ไม่ได้” ไม่ใช่ “ได้ผล” และไม่ใช่ “ไม่มีทางได้ผล”

ข้อดีคือฝั่งความปลอดภัย: สำหรับคนทั่วไป การกินคอลลาเจนเสริมไม่ได้เป็น “ตัวก่อโรค” ต่อช่องปาก มันไม่ได้ทำให้เหงือกแย่ลง เพียงแต่ยังไม่มีหลักฐานว่ามันช่วยรักษาโรคเหงือกได้ ดังนั้นถ้าใครกินอยู่แล้วเพื่อเหตุผลอื่นก็ไม่ต้องตกใจ เพียงอย่าคาดหวังว่ามันจะมาแทนการดูแลเหงือกที่ถูกต้อง

คอลลาเจนสองความหมายที่คนสับสน: อาหารเสริม vs วัสดุทางการแพทย์

งานวิจัยเรื่อง “คอลลาเจนกับเหงือก” ที่เห็นตามหน้าค้นหา ส่วนใหญ่ไม่ได้พูดถึงอาหารเสริมเลย

เวลาค้นคำว่า “คอลลาเจน เหงือก” แล้วเจอบทความวิชาการหรือหน้าคลินิกที่ดูน่าเชื่อถือ ต้องอ่านให้ละเอียดว่าเขากำลังพูดถึงคอลลาเจน “แบบไหน” เพราะในทางทันตกรรมมีอยู่สองความหมายที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

ความหมายที่หนึ่ง — อาหารเสริมที่กิน/ดื่ม: คือผลิตภัณฑ์คอลลาเจนแบบผง แคปซูล หรือเครื่องดื่มที่ขายทั่วไป นี่คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่นึกถึง และเป็นตัวที่ ยังไม่มีหลักฐานคลินิกคุณภาพสูงว่าช่วยเหงือก ตามที่อธิบายไปข้างต้น

ความหมายที่สอง — วัสดุทางการแพทย์: คือคอลลาเจนในรูป “แผ่น เมมเบรน หรือแมทริกซ์” (collagen membrane / matrix) ที่ทันตแพทย์เฉพาะทางใช้ ในระหว่างการผ่าตัด เช่นการ ปลูกเหงือก (gum graft) เพื่อแก้เหงือกร่น วัสดุกลุ่มนี้ทำหน้าที่เป็นโครงให้เนื้อเยื่อของคนไข้เองเข้ามาเจริญและสมานแผล เป็นอุปกรณ์เฉพาะทางที่ใช้ในห้องหัตถการ ไม่ใช่ของที่กินหรือดื่ม

งานวิจัยที่มักถูกยกมาอ้างว่า “คอลลาเจนช่วยเหงือก” ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของความหมายที่สองนี้ — คือการศึกษาประสิทธิภาพของวัสดุปลูกถ่ายในหัตถการ ไม่ใช่การกินอาหารเสริม การเอาผลของ “วัสดุผ่าตัด” มาสรุปว่า “กินคอลลาเจนก็ช่วยเหงือกเหมือนกัน” จึงเป็นการตีความผิดฝาผิดตัว

แล้วอะไรคือวิธีดูแลเหงือกที่มีหลักฐานจริง?

ข่าวดีคือปัจจัยที่ควบคุมสุขภาพเหงือกได้จริง ๆ ส่วนใหญ่อยู่ในมือเราเองและไม่ต้องพึ่งอาหารเสริม สาเหตุหลักของโรคเหงือกคือคราบจุลินทรีย์ (plaque) ที่สะสมตามขอบเหงือก การจัดการที่ต้นเหตุจึงสำคัญกว่าการหวังพึ่งของกินภายนอก

แนวทางที่ทันตแพทย์แนะนำและมีหลักฐานรองรับ ได้แก่การดูแลประจำวันที่ทำถูกวิธีร่วมกับการพบทันตแพทย์ตามรอบ ส่วนกรณีที่มีเหงือกร่นมากหรือปริทันต์อักเสบลึก อาจต้องใช้การรักษาเฉพาะทาง เช่น การเกลารากฟัน (root planing) หรือการปลูกเหงือก ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการกินคอลลาเจน

เหงือกร่นเองก็เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น แปรงฟันแรงเกินไป โรคปริทันต์ พันธุกรรม และการเรียงตัวของฟัน การกินคอลลาเจนไม่ใช่วิธีป้องกันหรือแก้เหงือกร่นที่มีหลักฐานรองรับ ถ้ากังวลเรื่องเหงือกร่น การหาสาเหตุที่แท้จริงกับทันตแพทย์จะตรงจุดกว่ามาก

  • แปรงฟันถูกวิธี วันละสองครั้ง ด้วยแปรงขนนุ่ม ไม่แปรงแรงจนเหงือกร่น
  • ใช้ไหมขัดฟันหรืออุปกรณ์ทำความสะอาดซอกฟันสม่ำเสมอ เพื่อกำจัดคราบที่แปรงไม่ถึง
  • ขูดหินปูนและตรวจเหงือกตามรอบที่ทันตแพทย์แนะนำ อย่ารอจนมีอาการ
  • คุมปัจจัยเสี่ยงร่วม โดยเฉพาะเบาหวานที่คุมไม่ได้และการสูบบุหรี่ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงโรคปริทันต์

สรุปสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจ

ถ้าคุณกำลังลังเลว่าจะซื้อคอลลาเจนมากินเพื่อบำรุงเหงือกหรือฟันดีไหม กรอบคิดที่ตรงไปตรงมาคือ: กินได้ถ้าต้องการเพื่อเหตุผลอื่น มันไม่ทำร้ายช่องปาก แต่ อย่าคาดหวังให้มันรักษาหรือป้องกันโรคเหงือก และที่สำคัญที่สุดคืออย่าเอามันมาแทนการแปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟัน และการพบทันตแพทย์

และถ้าคุณมีสัญญาณอย่างเหงือกบวมแดง เลือดออกเวลาแปรงฟัน เหงือกร่น หรือเสียวฟัน นั่นคือสัญญาณให้ไปตรวจ ไม่ใช่สัญญาณให้ไปซื้ออาหารเสริม เพราะอาการเหล่านี้มีสาเหตุที่รักษาได้เมื่อวินิจฉัยถูกจุด

จากมุมทันตแพทย์

คนไข้ถามบ่อยว่ากินคอลลาเจนแล้วเหงือกจะแข็งแรงขึ้นไหม เราตอบตรง ๆ ว่ายังไม่มีงานวิจัยในคนที่ยืนยันแบบนั้น สิ่งที่เราเห็นว่าได้ผลจริงในห้องตรวจคือการดูแลความสะอาดสม่ำเสมอและการมาขูดหินปูนตามนัด ส่วนคำว่า ‘คอลลาเจน’ ที่ใช้ได้ผลในงานเหงือกจริง ๆ คือวัสดุแผ่นคอลลาเจนที่เราใช้ตอนผ่าตัดปลูกเหงือก ไม่ใช่แบบที่ซื้อมากิน
ทพญ. ธัญพร พงษ์ขจรกิจการ
2 ความหมาย
คอลลาเจน = อาหารเสริม vs วัสดุผ่าตัด (คนละเรื่อง)
ยังไม่สรุป
หลักฐานกินคอลลาเจนช่วยเหงือกในมนุษย์
  • เข้าใจผิด: กินคอลลาเจนเสริมช่วยรักษาหรือป้องกันเหงือกอักเสบ/โรคปริทันต์ได้

    ยังไม่มีหลักฐานคลินิกคุณภาพสูง (RCT ในมนุษย์) ยืนยัน — งานที่ถูกอ้างส่วนใหญ่ศึกษาคอลลาเจนแบบวัสดุการแพทย์ ไม่ใช่อาหารเสริมที่กิน

  • เข้าใจผิด: งานวิจัยคอลลาเจนกับเหงือกบนหน้าค้นหา = คอลลาเจนอาหารเสริมที่ขายทั่วไป

    ส่วนใหญ่ศึกษาคอลลาเจนชนิด biomatrix/membrane ที่ใช้ในการผ่าตัดปลูกเหงือก เป็นวัสดุทางการแพทย์ ไม่ใช่ของที่กินหรือดื่ม

  • เข้าใจผิด: คอลลาเจนช่วยป้องกันหรือแก้เหงือกร่นได้ เพียงแค่กินเสริม

    เหงือกร่นเกิดจากหลายปัจจัย เช่น แปรงแรงเกินไป โรคปริทันต์ พันธุกรรม; วิธีที่มีหลักฐานคือปรับพฤติกรรมแปรง เกลารากฟัน หรือปลูกเหงือก ไม่ใช่การกินเสริม

  • เข้าใจผิด: ทุกคนควรกินคอลลาเจนเพื่อสุขภาพช่องปาก เพราะเหงือกมีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบหลัก

    จริงที่เหงือกมีคอลลาเจน แต่ร่างกายย่อยคอลลาเจนที่กินเป็นกรดอะมิโนก่อนดูดซึม ไม่ได้ลำเลียงไปสร้างเหงือกโดยตรง และยังไม่มีคำแนะนำทันตกรรมมาตรฐานให้กินเพื่อเหงือกโดยเฉพาะ

จุดยืนของ Deezy: เราสื่อสารเรื่องอาหารเสริมกับสุขภาพเหงือกตามหลักฐาน — อะไรที่ยังไม่มีงานวิจัยยืนยัน เราจะบอกว่ายังไม่สรุป ไม่โฆษณาเกินจริง

ในห้องตรวจ สิ่งที่เราเห็นว่าช่วยเหงือกได้จริงคือการควบคุมคราบจุลินทรีย์ การขูดหินปูนตามรอบ และการคุมปัจจัยเสี่ยง ส่วน ‘คอลลาเจน’ ที่ใช้ได้ผลจริงในงานเหงือกคือวัสดุแผ่นคอลลาเจนในหัตถการปลูกเหงือก ไม่ใช่อาหารเสริมที่กิน เราจึงไม่แนะนำให้คนไข้พึ่งคอลลาเจนกินเป็นทางแก้ปัญหาเหงือก

เราจึงแนะนำ เราจึงแนะนำให้เริ่มจากการตรวจหาสาเหตุของปัญหาเหงือกกับทันตแพทย์ แล้วดูแลตามแนวทางที่มีหลักฐาน มากกว่าลงทุนกับอาหารเสริมที่ยังพิสูจน์ผลกับเหงือกไม่ได้

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจ (YMYL)

  • ข้อมูลในหน้านี้เป็นความรู้ทั่วไปด้านทันตกรรม ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำการรักษาเฉพาะบุคคล และไม่ได้แนะนำผลิตภัณฑ์หรือยี่ห้อคอลลาเจนใดเป็นการเฉพาะ
  • การกินคอลลาเจนเสริม “ยังไม่มีหลักฐานคลินิกคุณภาพสูง” ว่าช่วยรักษาหรือป้องกันโรคเหงือก — ควรมองเป็น “ยังพิสูจน์ไม่ได้” ไม่ใช่การรับประกันผล และไม่ควรใช้แทนการดูแลเหงือกที่ถูกต้อง
  • ถ้ามีเหงือกบวมแดง เลือดออกเวลาแปรงฟัน เหงือกร่น หรือฟันโยก ควรพบทันตแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม ไม่ควรพึ่งอาหารเสริมเป็นทางแก้หลักหรือชะลอการตรวจ
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว แพ้อาหารบางชนิด ตั้งครรภ์ หรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์/เภสัชกรก่อนเริ่มอาหารเสริมใด ๆ — คอลลาเจนไม่ใช่ยา และไม่ทดแทนการรักษาโรคเหงือก

คำถามที่พบบ่อย

สรุปแล้วคอลลาเจน บำรุงเหงือก ได้จริงไหม?

ยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกคุณภาพสูงในมนุษย์ที่ยืนยันว่าการกินคอลลาเจนเสริมช่วยบำรุงหรือรักษาเหงือกได้ เนื้อเยื่อเหงือกมีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบหลักก็จริง แต่ร่างกายย่อยคอลลาเจนที่กินเป็นกรดอะมิโนก่อนดูดซึม ไม่ได้ส่งตรงไปสร้างเหงือก จึงควรมองว่า ‘ยังพิสูจน์ไม่ได้’ และไม่ควรใช้แทนการดูแลเหงือกที่ถูกต้อง

คอลลาเจนช่วยอะไรกับฟันและช่องปากบ้าง?

ในแง่ช่องปาก คอลลาเจนที่มีบทบาทชัดเจนคือคอลลาเจนชนิดวัสดุทางการแพทย์ (แผ่น/เมมเบรน) ที่ทันตแพทย์ใช้ในหัตถการปลูกเหงือกหรือศัลยกรรมปริทันต์ ส่วนคอลลาเจนแบบอาหารเสริมที่กิน ยังไม่มีหลักฐานคุณภาพสูงว่าช่วยฟันหรือเหงือกโดยตรง หากอยากดูแลฟันและเหงือก การแปรงฟัน ใช้ไหมขัดฟัน และตรวจฟันสม่ำเสมอได้ผลกว่า

งานวิจัยที่บอกว่าคอลลาเจนช่วยเหงือก เชื่อได้ไหม?

ต้องดูให้ดีว่างานนั้นศึกษาคอลลาเจนแบบไหน เพราะงานวิจัยส่วนใหญ่ที่พูดถึงคอลลาเจนกับเหงือกเป็นเรื่องของวัสดุการแพทย์ที่ใช้ในการผ่าตัด ไม่ใช่การกินอาหารเสริม การนำผลของวัสดุผ่าตัดมาสรุปว่ากินคอลลาเจนก็ช่วยเหงือกเหมือนกันเป็นการตีความผิดฝาผิดตัว

ถ้าเหงือกร่น กินคอลลาเจนช่วยให้กลับมาเหมือนเดิมได้ไหม?

ไม่มีหลักฐานว่าการกินคอลลาเจนช่วยแก้เหงือกร่นได้ เหงือกร่นเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น แปรงฟันแรงเกินไป โรคปริทันต์ หรือพันธุกรรม การแก้ที่ตรงจุดคือหาสาเหตุกับทันตแพทย์ ปรับพฤติกรรมแปรงฟัน และในบางรายอาจต้องปลูกเหงือก ซึ่งเป็นหัตถการ ไม่ใช่การกินเสริม

กินคอลลาเจนเสริมมีอันตรายต่อเหงือกหรือฟันไหม?

สำหรับคนทั่วไป การกินคอลลาเจนเสริมไม่ได้เป็นตัวก่อโรคต่อช่องปากและไม่มีอันตรายชัดเจนต่อเหงือกหรือฟัน เพียงแต่ยังไม่มีหลักฐานว่าช่วยรักษาโรคเหงือก หากมีโรคประจำตัว ตั้งครรภ์ หรือกินยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มอาหารเสริมใด ๆ

ควรกินคอลลาเจนแทนการขูดหินปูนหรือรักษาเหงือกได้ไหม?

ไม่ได้ อาหารเสริมไม่สามารถแทนการขูดหินปูน การรักษาปริทันต์ หรือการดูแลความสะอาดประจำวันได้ วิธีที่มีหลักฐานในการดูแลเหงือกคือการควบคุมคราบจุลินทรีย์และพบทันตแพทย์ตามรอบ หากมีปัญหาเหงือกอยู่แล้วควรเข้ารับการตรวจ ไม่ควรเลื่อนการรักษาเพราะหวังพึ่งอาหารเสริม

คอลลาเจนแบบไหนที่ทันตแพทย์ใช้จริงในงานเหงือก?

คือคอลลาเจนชนิดวัสดุทางการแพทย์ เช่น แผ่นหรือแมทริกซ์คอลลาเจนที่ใช้ระหว่างการผ่าตัดปลูกเหงือกเพื่อแก้เหงือกร่น ทำหน้าที่เป็นโครงให้เนื้อเยื่อของคนไข้เข้ามาเจริญและสมานแผล เป็นอุปกรณ์เฉพาะทางที่ใช้ในห้องหัตถการ ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมากินเอง

มีเหงือกอักเสบอยู่ ควรทำอะไรก่อนแทนที่จะไปหาคอลลาเจน?

ควรเริ่มจากดูแลความสะอาดให้ถูกวิธีและพบทันตแพทย์เพื่อประเมิน เพราะเหงือกอักเสบระยะแรกมักดีขึ้นได้ด้วยการขูดหินปูนและการทำความสะอาดที่ถูกต้อง ยิ่งรักษาเร็วยิ่งป้องกันไม่ให้ลุกลามเป็นปริทันต์ การพึ่งอาหารเสริมโดยไม่แก้ต้นเหตุอาจทำให้ปัญหาลุกลามโดยไม่รู้ตัว

อยากปรึกษาเรื่องสุขภาพเหงือกกับ Deezy ต้องทำอย่างไร มีค่าใช้จ่ายไหม?

ทักปรึกษาแนวทางเบื้องต้นกับทีมของ Deezy ได้ฟรีทาง LINE ก่อนเข้ารับการตรวจ ทีมจะช่วยประเมินว่าอาการของคุณควรเข้ามาตรวจเหงือก ขูดหินปูน หรือรับการดูแลแบบใด ส่วนค่าใช้จ่ายในการรักษาจะประเมินหลังตรวจตามสภาพช่องปากของแต่ละคน

ทพญ. ธัญพร พงษ์ขจรกิจการ

อัปเดตล่าสุด 24 ก.ค. 2026

ตรวจสอบโดย

ทพญ. ธัญพร พงษ์ขจรกิจการ (หมอออย)

ผู้อำนวยการแพทย์ และผู้ก่อตั้ง

ดูแลเหงือกด้วยวิธีที่มีหลักฐาน ไม่ใช่แค่ความเชื่อ

ทีมทันตแพทย์ของ Deezy พร้อมช่วยตรวจหาสาเหตุปัญหาเหงือกและวางแผนดูแลที่เหมาะกับคุณ ปรึกษาเบื้องต้นฟรีทาง LINE

ปรึกษาฟรีทาง LINE
096-108-8813 ทักไลน์